วิชาโครงงานเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้(ง.32297)

เกษตรพอเพียง

เกษตรพอเพียง

ชื่อโครงงาน : เกษตรพอเพียง
ผู้จัดทำ : นางสาวจริยา เลียมา
ครูผู้สอน : พ่อครูคเชนท์ กองพิลา
คำถามของโครงงาน : – ทำไมพืชถึงโตช้า
– ปลูกพืชอย่างไรให้ได้ผลผลิตดี
– อะไรคือเหตุผลให้ปลูกพืช-ผลไม้
ที่มาของโครงงาน : เป็นเรื่องที่ชาวนาทุกคนให้ความสำคัญ และเป็นเรื่องใกล้ตัวเรา อยากจะรู้ว่าเป็นมายังไงอยากรู้ความเป็นมาของเกษตรพอเพียง
วัตถุประสงค์ : เพื่อศึกษาข้อมูล และรวบรวมข้อมูล เกี่ยวกับเกษตรพอเพียง เพื่อให้รู้ที่มา ที่ไปของคำว่าเกษตรพอเพียงว่าเป็นมายังไง

วิธีใช้โปรแกรม Windows Movie Maker

วิธีใช้โปรแกรม Windows Movie Maker

1. คลิกปุ่ม Start  >  All Programs  >  Windows Movie Maker ทีนี้โปรแกรมก็พร้อมที่จะทำงานแล้วล่ะค่ะ  เอาล่ะทีนี้เราก็มารู้จักส่วนต่างๆ ของโปรแกรมกันค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ส่วนที่ 1 Task Pane เป็นส่วนบอกลำดับขั้นตอนในการทำวีดีโอ ซึ่งหากเราทำตามขั้นตอนตั้งแต่ 1 – 3 รับรองได้ว่ามีคลิปไว้โชว์เพื่อนๆ แน่นอน

ส่วนที่ 2 Collections ส่วนนี้ใช้เป็นที่เก็บไฟล์วีดีโอ, ไฟล์ภาพนิ่ง, หรือ ไฟล์เสียง ที่เราได้นำเข้ามาใช้ในการทำคลิป

ส่วนที่ 3 Preview ส่วนนี้สำหรับแสดงคลิปวีดีโอตัวอย่างที่ถูกเลือกขึ้นมาจากหน้าต่าง Collections หรือทดลองเล่นคลิประหว่างแก้ไขตกแต่ง

ส่วนที่ 4 Timeline/Story board เป็นส่วนที่เราต้องใช้บ่อยที่สุดค่ะ เพราะเป็นส่วนที่ใช้ในการตกแต่งแก้ไขคลิปวิดีโอของเรา

2.  เริ่มต้นด้วยการนำคลิปวิดีโอที่ต้องการตกแต่งเข้ามาในโปรแกรม Windows Movie Maker ค่ะ  อย่างที่เรียนให้ทราบตั้งแต่ต้นว่า  เราเริ่มต้นด้วยการทำงานตามลำดับใน Task Pane โดยเราสามารถนำคลิปวิดีโอเข้ามาตกแต่งได้ 4 วิธี

- Capture from video device อันนี้สำหรับผู้ที่ต้องการนำวิดีโอจากกล้อง Digital Video (หรือที่ใครๆ มักเรียกว่า Handy

-Import Video อันนี้จะเป็นการนำเข้าวิดีโอในรูปแบบของไฟล์วิดีโอที่เรามีอยู่แล้วใน Hard disk ,แผ่น CD ,ใน Thumb Drive หรือในแผ่น DVD

-Import Picture เป็นการนำไฟล์รูปภาพมาสร้างเป็นคลิปวิดีโอ คล้ายสไลด์

-Import audio or music สำหรับผู้ที่ต้องการใส่เสียงเข้าไปในคลิปวิดีโอ เมนูนี้จำเป็นอย่างมาก

3. ในทีนี้จะขอยกตัวอย่างการสร้างคลิปวิดีโอจากด้วยไฟล์รูปภาพในลักษณะของสไลด์ประกอบเสียงเพลง  โดยเว็บมาสเตอร์จะคลิกที่เมนู Import Picture จากนั้นก็คลิกเลือกไฟล์รูปภาพเข้ามาก่อน

4.  ตอนนี้ไฟล์ภาพที่เราเลือกก็จะมาอยู่ใน Collection เรียบร้อยแล้ว

5. นำไฟล์เสียงประกอบเข้ามาด้วย โดยคลิกที่เมนู Import audio or music จากนั้นก็เลือกไฟล์เสียงที่ต้องการ ซึ่งเราสามารถที่จะใช้ไฟล์เพลง mp3 ได้ด้วย

6.  ตอนนี้ไฟล์เสียงก็เข้าใน Collection เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

7. ตอนนี้ใน Collection ก็มีไฟล์ภาพและไฟล์เสียง พร้อมให้เรานำมาสร้างเป็นคลิปวิดีโอได้แล้ว

8 . คลิก Show Timeline เพื่อทำการจัดเรียง

9. ก็จะแสดงการทำงานในลักษณะของ Timeline

10. ทำการลากไฟล์รูปภาพจาก Collection ลงมายัง Timeline ตามความต้องการ(จะลากลงมากี่ภาพก็ได้)

11. เว็บมาสเตอร์เลือกที่จะลากไฟล์รูปภาพลงมาหมดทุกรูปเลย

12.  จากนั้นคลิกกับไปยัง Show Storyboard เพื่อทำการตกแต่งคลิปวิดีโอของเรา

13. ตอนนี้ก็เข้ามาในโหมดการทำงานแบบ Storyboard แล้วล่ะค่ะ  จะเห็นว่ามีรูปภาพเรียงตามลำดับจากซ้ายไปขวา

 14.อธิบายเพิ่มเติมอีกนิดนึงค่ะ  A คือที่ที่เราจะลากeffect มาใส่  ส่วน B คือที่ที่จะลากtransitionsมาใส่(transitionเป็นการทำeffectให้เกิดขึ้นระหว่างการเปลี่ยนรูปภาพจากอีกรูปไปยังอีกรูป)

15. เอาล่ะ ให้เพื่อนๆ ลาก effect มาใส่ก่อนโดยคลิกที่เมนู View video effects จากนั้นก็เลือก effect ที่ต้องการ(สามารคลิกเล่นดูก่อนได้จากส่วน Preview ค่ะ)  เลือกได้แล้วก็ลากeffect มาวางลงในรูปภาพบน Storyboard ได้เลย

16.  ขั้นตอนถัดมาเว็บมาเตอร์ก็ลาก Transition ลงมาวาง

17.  จากรูปนี้เว็บมาสใส่ effect และ transition ลงไปทุกรูปเลย

18. คลิกปุ่ม Show Timeline อีกครั้ง

19. เพื่อนลามารถปรับได้ว่าจะให้รูปภาพไหนเล่นหรือโชว์นานๆ ก็ให้คลิกมาค้างแล้วลาก

20. ตัวเลขที่ปรากฏอยู่ด้านบนเส้น Timeline คือ ระยะเวลาที่คลิปวิดีโอจะเล่นนั่นเองค่ะ โดยมีหน่วยเป็นวินาที

21.  ที่นี้ก็มาถึงขั้นตอนการใส่เสียงแล้วล่ะคะ  โดยให้เพื่อนๆ คลิกไปที่เมนู Show collections

22. ทีนี้ลากไฟล์เสียงที่เตรียมไว้ใน Collection ลงมาบน Timeline ได้แล้ว

23. เสียงก็จะปรากฏบน Timeline

24. ถ้าเพลงยาวไป เราก็สามารถที่จะตัดส่วนที่ไม่ได้ใช้ออกโดยการลากส่วนท้ายหรือส่วนบนของเสียงเข้ามา

25. ทดสอบด้วยการเล่นดู

26. ทีนี้ก็มาถึงขั้นตอนสุดท้าย  นั่นก็คือการบันทึกเป็นไฟล์คลิปวิดีโอ  ให้คลิกที่เมนู Save to my computer

27.  ตั้งชื่อไฟล์(ในข้อ1) และเลือกที่เก็บไฟล์ (ในข้อ 2) ซึ่งจากตัวอย่างจะเป็นโฟลเดอร์ชื่อ My Videos (เป็นโฟลเดอร์ที่อยู่ใน My Documents อีกที)

29. คลิกที่ปุ่ม Next

30. กำลังบันทึกเป็นไฟล์วิดีโอ รอแป้บนึง

31. ถ้าต้องการให้เล่นคลิปที่เราสร้างหลังจากกดปุ่ม Finish ก็ให้เลือก

32. หลังจากเสร็จสิ้นจากขั้นตอนการบันทึกคลิปวิดีโอ  ไฟล์ที่เราบันทึกก็จะอยู่ใน My Videos

33. ย้อนกลับไปที่โปรแกรม Windows Movie Maker อีกครั้ง เพื่อทำการ Save Project ที่เราได้ทำขึ้น  ประโยชน์ของการ Save Project ก็คือ สามารถนำมาแก้ไขปรับแต่งภายหลังได้นั่นเองค่ะ โดยคลิกที่เมนู File > Save Project As..

34. เลือกโฟลเดอร์ที่จะเก็บ Project ของเรา จากนั้นคลิก Save ก็เป็นอันเสร็จขั้นตอน

แหล่งที่มา : http://www.thaiclip.com/blog/?p=55

Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.